บทแปลภาษาไทย ของหนังสือ 2012 Equation Solved - Update 8 ตุลาคม 2010

Comments

11 comments posted
~ จากหน้า 66 ~

จากหน้า 66 ทั้งรอยบนใบหน้า และคอสีเขียว ผมว่าน่าจะเกิดจาก การแสดงผลที่ผิดพลาดของภาพมากกว่า

สังเกตุได้จากเสื้อผ้า และสี ไม่เชื่อลองกดหยุดไว้ แล้วเลื่อนไปก่อนที่จะเกิดรอย กับหลังเกิดรอยแล้ว

และสังเกตุรอยที่เสื้อ กับสีที่เปลี่ยนไปดูสิ

 

itou's picture
Posted by itou on Sat, 2010-10-16 14:24
เรื่องคนเปลี่ยนรูปร่าง

เห็นเรื่องแบบนี้ใน Youtube มาเยอะแล้วไม่รู้เหมือนกันว่าจริงมากแค่ไหน แต่ก็แปลกดี

djmoder's picture
Posted by djmoder on Sat, 2010-10-16 23:02
2012 Equation Solved ฉบับภาษาไทยพร้อมรูป โหลด PDF ได้ที่นี่

คุณ Audy2029 ได้รวบรวมบทแปลหนังสือของ Pane Andov ไว้พร้อมภาพประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกับที่อยู่ในฉบับภาษาอังกฤษ (ไม่รวมภาคผนวก) ในรูปแบบ PDF สามารถโหลดได้จากบทความไปอ่านได้จากลิงค์ข้างบนครับ หรือคลิกที่ นี่

Administration's picture
Posted by Administration on Sat, 2010-10-16 06:21
ที่เม้นท์ว่าไฟล์ข้อมูลฉบับภาษ

ที่เม้นท์ว่าไฟล์ข้อมูลฉบับภาษาอังกฤษไม่ครบ ไปดูที่ลิงค์ที่โหลดมาอีกทีพบว่ามี 2 ชุด ชุดนึงมี 94 หน้า อีกชุดมี 100 หน้า ที่โหลดไปเป็นชุด 94 หน้า เลยไปโหลดฉบับเต็มมาใหม่ ถึงว่าข้อมูลไม่ครบ เออ แต่เขาทำขึ้นมาไม 2 ชุดล่ะเนี่ย

pepe's picture
Posted by pepe on Fri, 2010-10-08 14:59
Pane Andov ฝากขอบคุณ ที่ช่่วยแปลหนังสือ

ทางผู้เขียนหนังสือฝากขอบคุณ คุณ audy2029 ที่ช่วยแปลหนังสือให้คนไทยได้อ่านครับ

"Please express my gratitude to your friend"  - Pane Andov

Administration's picture
Posted by Administration on Fri, 2010-10-01 18:28
สนใจเรื่องแนวนี้อยู่แล้ว

สนใจเรื่องแนวนี้อยู่แล้ว อยากอ่านตอนต่อไวๆ จะรออ่านนะ

pepe's picture
Posted by pepe on Thu, 2010-09-30 15:58
อ่านแล้วมันขัด ๆ

อ่านแล้วมันขัด ๆ ยังไงไม่รู้นะ บางส่วนก็อิงไปทางศาสนา

เอาเหอะถือว่าเป็นความเชื่อครั้งสุดท้ายในชีวิตของผมละกัน

แต่ก็ขอขอบคุณสำหรับงานแปลด้วยครับเยี่ยมยอดมากและเป็นกำลังใจให้

Duke's picture
Posted by Duke on Wed, 2010-09-29 22:43
อาจสื่อคนละความหมาย จากรุี่่นสู่รุ่นก็ได้ค่ะ

กุ้งคิดว่า   ไม่ใช่การอิงทางศาสนาค่ะ

แต่ชี้ให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่อดีตนั้นพัฒนาไปมาก แล้วก็หายไปด้วยบางเหตุการ์ณ

อดีตอาจมีเืรือบิน จานบิน เรือเหอะ อาวุธนิวเคลียร์ที่ปล่อยจากยานบิน

หรืออาวุธอื่นๆ ที่มีอนุภาพทำลายล้าง หรือเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

 

แต่ที่ต้องอ้างสิ่งที่บันทึกเก่าแก่ในศาสนาต่างๆ

เพราะที่อื่นไม่มีบันทึกที่เก่าแก่ขนาดนั้นค่ะ

เพราะคนต่างๆ ต่างเปลี่ยนไปตามค่านิยม ตามยุค ตามสมัยนั้นๆ

อะไรที่เก่าหรือโบราณ ก็จะโยนทิ้งหมด จนถึงปัจจุบัน ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

 

แต่ศาสนา จะยึดถือสิ่งดีงาน ปฏิบัติต่อกันมา รุ่นสู่รุน ข้อปฏิบัติที่ยึดถือก็มีจำนวนมาก

แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง (ถ้าเปลี่ยนก็น้อยมาก) 

ข้อความต่างๆ จึงสืบทอดกันมาแบบไม่ตกหล่น

 

แต่เมื่อถึงยุคนึง  สิ่งที่สืบทอดมา อาจตีความหมายภาพ หรือจินตนาการผิดจากความจริง

เมื่อเรามองบนฟ้า แล้วอ่านบทบันทึก ก็เจอแต่ท้องฟ้า และก้อนเมฆ

ก็จะจิตนาการว่า มีเทวดา อยู่บนเมฆ หรือหงอคง โงกุน ขี่เมฆสีทอง

แต่ในสิ่งที่คนในอดีตเห็นอาจจะไม่ใช่อยู่บนเมฆก็ได้ค่ะ

goongchan's picture
Posted by goongchan on Thu, 2010-09-30 09:54
ขอเสริมเกี่ยวกับความเห็นนะครับ

ขอเสริมในความเห็นส่วนตัวนะครับ:จริงๆแล้วผมยังแปลไม่เสร็จครับเหลืออีกประมาณ 50 หน้า แต่ก็อ่านคร่าวๆแล้ว ตอนต่อๆไปจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆครับ คุณ Pane Andov เขาพยายามหาหลักฐานข้อเท็จจริงตามกระบวนการสืบค้นด้วยเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ งานนี้เปรียบเหมือนการหาคำตอบของชีวิตเลยก็ว่าได้ หลักฐานส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเก็บไว้และไม่มีใครทราบความหมาย ตรงนี้ถ้าย้อนไปในอดีตเราต้องเข้าใจก่อนว่าการปกครองเป็นแบบอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ผู้ปกครอง การที่จะบันทึกอะไรก็ตามจะเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน เพราะหมายถึงความเป็นความตายของผู้บันทึกเลยทีเดียว ดังนั้นพงศาวดารหรือบันทึกทางศาสนาซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการปกครองคนหมู่มากเพราะคนสมัยก่อนจะนำมาอ้างในการสอน และบางทีก็ถึงเป็นกฏหมาย จะต้องเป็็นสิ่งที่เขาลงความเห็นกันจริงๆว่าบันทึกได้ ดังนั้นก็อนุมานได้ว่าสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่เขาเห็นจริงๆนั่นเอง ส่วนการตีความก็แล้วแต่ความรู้ความเข้าใจในการเปรียบเทียบสิ่งต่างๆของยุคสมัย ยกตัวอย่างง่ายๆ ในตำราโบราณ ทำไมมีเทพเทวดา มาจากสวรรค์ แล้วทำไม ต้องมีเมฆ และก็ต้องอยู่ด้านบนท้องฟ้า ทำไมไม่มาจากด้านล้างที่พื้นดิน หรือ ในป่า ในภูเขา และอื่นๆ นั่นก็เพราะเขาเห็นเช่นนั้นแล้วบันทึกไว้ การบันทึกถ้าผิดพลาดหรือทำให้ผู้ปกครองยุคนั้นเสียหาย ก็มีโทษถึงตายได้ อย่างที่เรารู้ๆกันว่าอำนาจกษัตริย์ในสมัยก่อนสามารถสั่งเป็นสั่งตายได้เลย คงไม่มีใครกล้าเขียนเล่นๆหรอกครับ ส่วนเรื่องการบันทึกสิ่งที่เห็น สำหรับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์เกิดมาเราก็พร้อมที่จะรับข้อมูลต่างๆและจดจำเป็นฐานความคิด เช่น มีคนบอกว่าความมืดน่ากลัว เราก็จะจำไว้ว่ามันน่ากลัว หรือ หากผู้มีอำนาจบอกว่า การฆ่าคนเป็นสิ่งถูกต้อง เราก็จะมีการบูชายัญ ทำนองเดียวกันกับการที่มีคนเห็นคนมาจากฟ้าขี่เรือเหาะมีอาวุธส่งลำแสงน่ากลัวแล้วผู้มีอานาจก็บอกคนธรรมดาว่านั่นคือเทวดาอยู่บนสวรรค์ อย่าลบหลู่(ผู้ปกครองอาจจะเคยและถูกลงโทษมาก่อน) อาจจะมีโทษเราก็ต้องเชื่อ และเขาอาจจะทำร้ายใครบางคนเป็นตัวอย่างก็ได้ คนที่เห็นก็ต้องกลัวและก็เล่าสืบต่อกันไป การที่เทวดามาจากสวรรค์และเป็นด้านบนไม่ใช่มาจากด้านล่าง ก็เพราะเขาเห็นแล้วบันทึก มันก็เหมือนกับไอแซ็คนิวตันที่เห็นลูกแอ๊บเปิ้ลแล้วสงสัยว่าทำไมต้องหล่นลงด้านล่างไม่หล่นด้านข้าง หรือลอยไปด้านบนมันก็ต้องมีเหตุนั่นแหละครับ จำเป็นด้วยหรือว่าสวรรค์ต้องอยู่ด้านบน และด้านบนคืออะไร ทำไมต้องมีเรือเหาะ ทำไมไม่มาจากดิน หรือ จากป่า ถ้ามีบันทึกแบบนั้นก็คือเขาเห็นใช่ไหม ทำไมสวรรค์ต้องมีเมฆ เมฆคืออะไร เป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์เบื้องบนงั้นเหรอ แล้วทำไมดิน ป่า หิน เหล็ก ไม่เป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์บ้างล่ะ อะไรคือมาตรฐาน ทำไมบางอย่าง สีขาวบอกว่าสวย บางอย่างบอกว่าสีขาวไม่สวย เกิดมาเรารู้เลยเหรอ ทำไมต้องกลัวผี ถ้าไม่มีคนบอกเราตอนเด็กๆว่าผีน่ากลัว ตอนนี้เราจะกลัวมั้ย ทำไมเป็ดย่าง น่ากิน แล้วทำไมคนย่างไม่น่ากิน กลับน่ากลัว ถ้าเกิดมามีคนบอกว่าคนย่างน่ากิน ตอนนี้เราจะคิดว่าศพคนน่ากลัวอีกหรือไม่???  ก็เหมือนนิเชา เจอขวดโค้กหล่นจากเครื่องบิน เขาก็คิดว่าเป็นสิ่งวิเศษจากสวรรค์เพราะเกิดมาคนในเผ่าก็สอนเขาว่าสวรรค์อยู่ด้านบน ส่วนเครื่องบินก็คือนกยักษ์เพราะเขาเรียนรู้มาว่า สิ่งที่บินได้คือนก และ เครื่องบินมาจากสวรรค์ก็เพราะมีคนบอกว่าสวรรค์มีเมฆลอยไปมาและอยู่ด้านบน ดังนั้นทีมนักวิจัยจึงพยายามหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์สมมุติฐานข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมาที่สุดว่า "ทำไมจึงบันทึกเช่นนั้นด้วยเหตุใด??? "มีตอนหนึ่งที่คุณ Pane Andov บอกว่าให้ดึง ตารางหมากรุกขึ้นมา ให้ตัวหมากล้มไปให้หมด แล้วเราก็ค่อยๆจับมาวางใหม่ทีละตัวๆ พูfอย่างตรงไปตรงมาตอนนี้เรารู้ว่าเราอยู่ที่ไหน ในเมื่อเราเป็นส่วนหนึ่งในกาแล็กซี่และจักรวาล ทำไมเราไม่คิดในเรื่องของเราในขอบเขตทิศทางของจักรวาล แล้วจักรวาลคืออะไร กาแล็กซี่คืออะไร สุริยะจักรวาลคืออะไร โลกคืออะไร เราก็จะรู้ว่าเราควรจะเป็นอะไร หากความเชื่อเดิมๆของเราที่ไม่ได้เกี่ยวกับจักรวาลนั้นถูกต้องหมดโลกของเรา และตัวเราก็คงเป็นเช่นความเชื่อเดิมของเราต่อไป และหากว่าเรื่องราวของเราเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ควรจะเป็นทั้งหมดนี้ซึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับจักรวาล มันจะเสียหายมั้ยถ้าต้องล้มกระดานแล้วจับมาเรียงใหม่ในเรื่องที่เราควรจะเป็นจริงๆในสิ่งที่จับต้องได้ ผมว่างานของคุณ Pane Andov เป็นงานที่มีคุณค่ามากครับแต่ก็อย่างที่เขาบอกนั่นแหละครับ เริ่มจับมาเรียงใหม่ทีละนิดๆ

"และลืมเมทริกซ์เดิมของเราไปก่อน"

"เมื่อศึกษาอย่างแท้จริงแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีว่าเราจะไปทางไหน"

audy2029...'s picture
Posted by audy2029... on Thu, 2010-09-30 08:11
ขอบคุณมากครับ

หนุกดี 555+ รออ่านอยู่นะคร้าบ

เป็นกำลังใจให้ สู้ๆครับ

itou's picture
Posted by itou on Tue, 2010-09-28 21:41
ขอบคุณมากๆเลย ที่ช่วยแปลให้ได้อ่านกัน

 นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเพื่อนๆที่เข้ามาดูเวปนี้ ไม่ธรรมดา คนที่จะแปลได้ต้องมีความรู้ดี ทั้งไทย อังกฤษ อย่างเชี่ยวชาญ แล้วที่สำคัญคุณคือ

คนดี และคนเก่งทีเดียวแหละ ขอบคุณจริงๆเลย ที่ช่วยแปลให้ได้อ่านกัน ไม่ต้องปวดหัว ขอให้คนแปลได้รับผลบุญเยอะๆ ละกัน ขอบคุณหลายๆเด้อ อีกครั้ง 

prasertt's picture
Posted by prasertt on Sun, 2010-09-26 11:19